38 views

นิวยอร์กซิตี้จะขยายเวลาจำกัดปริมาณรถจาก Uber และ Lyft

ยาวไปไม่อ่าน: คณะกรรมาธิการแท็กซี่และลีมูซีนของนิวยอร์ก (TLC) ได้มีการลงมติขยายเวลาการจำกัดปริมาณรถของ Uber และ Lyft ไปอีก 1 ปี และลดเวลาที่คนขับสามารถขับโดยไร้ผู้โดยสารลงเหลือ 31 เปอร์เซ็นต์ของเวลาขับขี่ทั้งหมด

ทางนิวยอร์กจะจำกัดปริมาณยานพาหนะของ Uber และ Lyft ไปอีก 1 ปี วันนี้คณะกรรมาธิการแท็กซี่และลีมูซีนของนิวยอร์ก (TLC) ได้มีการลงมติขยายเวลาการจำกัดปริมาณรถที่ได้อนุมัติไปเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว ซึ่งจำกัดปริมาณรถยนต์รับจ้างที่สามารถทำงานในเมืองได้ กฎนี้มีขึ้นเพื่อจำกัดปริมาณรถยนต์บนถนนและเพิ่มอัตราค่าแรงของคนขับ แต่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย รวมไปถึง Uber และ Lyft

ทางคณะกรรมาธิการได้แก้ไขกฎที่อนุญาตให้ผู้ขับสามารถใช้เวลาในรถโดยไม่มีผู้โดยสารได้ในเขตที่อยู่ต่ำกว่าถนนเลขที่ 96 ของแมนฮัตตัน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุญาตให้ผู้ขับ Uber และ Lyft สามารถขับโดยไร้ผู้โดยสารได้ 41 เปอร์เซ็นต์ของเวลาขับขี่ทั้งหมด แต่วันนี้ลดลงเหลือ 31 เปอร์เซ็นต์แล้ว

บางฝ่ายซึ่งรวมไปถึงนายกเทศมนตรี Bill de Blasio มองว่ามันเป็นการปกป้องคนขับ แต่ว่าบางฝ่ายก็มองว่าตรงกันข้าม “เรามีความกังวลว่ากฎของนายกเทศมนตรีจะขัดขวางไม่ให้คนขับทำมาหากินได้ และเราจะพยายามหาทางออกร่วมกับผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ขับและผู้โดยสาร” โฆษก Uber กล่าว

The Verge รายงานว่า Uber และ Lyft ออกมาโต้แย้งว่าทาง TLC ออกกฎออกมามากเกินไปในเวลาเดียวกัน ปีที่แล้วทาง TLC ก็ได้จัดตั้งค่าแรงขั้นต่ำสำหรับคนขับรถเพื่อแอปเหล่านี้ Lyft พยายามที่จะฟ้องร้องแต่ก็แพ้คดีไป และในเดือนเมษายนทั้ง Uber และ Lyft ต่างก็ต้องหยุดพักการจ้างงานไป

โฆษก Lyft กล่าวในคำแถลงการณ์ที่ส่งให้ Engadget ว่า:

“ทาง TLC ได้พยายามที่จะริดรอนสิทธิของชาวนิวยอร์กในการเข้าถึงการคมนาคมที่ราคาย่อมเยาว์และเชื่อถือได้ มันไม่มีความจำเป็นเลยที่พวกเขาจะต้องผลักดันกฎเหล่านี้ออกมารัวๆ ภายในระยะเวลาอันสั้นนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีการแสดงความเห็นต่างอย่างมากมายจากทั้งสมาชิกสภาเมืองและชุมชนต่างๆ ทั่วนิวยอร์ก เราจึงจะไม่มีวันหยุดทำงานเพื่อจะหาทางออกที่ดีขึ้นให้กับคนขับและผู้โดยสาร”

แต่หนึ่งสิ่งที่ทั้ง Uber และ Lyft ไม่สามารถปฏิเสธได้คือการที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รถติดมากขึ้นจริง เมื่อวานนี้การวิจัยที่สนับสนุนโดย Uber และ Lyft ได้เผยว่าบริษัทแชร์รถเหล่านี้ได้ส่งผลให้เกิดการติดขัดทางจราจรในเขตเมืองมากขึ้นจริง แต่ว่านิวยอร์กไม่ได้ถูกรวมอยู่ในการวิจัยนี้

Engadget