446 views

[บทความวิเคราะห์] รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ ความเพ้อฝันหรือความเป็นจริง?

เมื่อครั้งที่ผมอยู่ในช่วงกำลังโตเป็นวัยรุ่น สิ่งที่วัยรุ่นผู้ชายคนนึงอยากทำที่สุดในเวลานั้นคือการได้ขับรถไปที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง ผมมักจะแอบเอารถพ่อไปขับโดยไม่บอก กลับมาต้องโดนพ่อว่าทุกครั้ง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่

จนมีคำสอนพ่อคำนึงที่ทำให้ผมเข้าใจว่าท่านเป็นห่วงมากเพียงไหน ท่านพูดว่า “จำไว้นะว่าการขับรถเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งในชีวิตที่ไม่สามารถกะเกณฑ์ได้ ทุกครั้งที่เราออกจากบ้านไป จะไม่มีวันไหนในชีวิตเลยที่เราจะเจอเรื่องซ้ำกันสักวัน”

บางทีก็เคยคิดว่า ถ้ามีรถที่สามารถขับให้เราไปไหนมาไหนได้ โดยที่เราไม่ต้องขับเองก็คงจะดีนะ

แต่ถ้าพูดถึงรถที่สามารถขับได้ด้วยตัวมันเองเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วอาจจะเป็นเรื่องเหนือจินตนาการว่ารถจะสามารถขับและรับรู้ทางได้ยังไง เพราะอย่างที่พ่อผมบอก “ทุกครั้งที่เราออกจากบ้านไป จะไม่มีวันไหนในชีวิตเลยที่เราจะเจอเรื่องซ้ำกันสักวัน”

ใครจะเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยในยุคนี้ จะเนรมิตหลายเรื่องราวที่เคยอยู่ในนิยาย Sci-fi ให้กลายเป็นจริง รวมทั้งรถแบบอัตโนมัตินี้ก็มีวี่แววที่เราจะได้ใช้กันเร็วกว่าที่หลายคนเตรียมการเอาไว้ และจากที่ผมติดตามมา ความเห็นส่วนตัวคิดว่าได้ใช้แน่นอน

แต่นึกภาพใช้กับถนนเมืองไทยไม่ออกเลยจริงๆ

2015 – Passive Autonomous (LV 1-2)

เริ่มกันที่ปีก่อนต้นแบบ (Pre-Prototype) ของรถขับเคลื่อนอัตโนมัติในปี 2015 รถที่ออกมาในปีนี้ถือว่าเป็นจุดประกายให้รุ่นต้นแบบของรถอัตโนมัติเลย เพราะเป็นปีแรกเลยที่มีรถโมเดลที่มี AI

ช่วยคนขับให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นแม้จะไม่มากมาย

เช่นเรื่องความปลอดภัยที่มากขึ้น (ช่วยเบรคยามคับขันหรือเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง) หรือช่วยในการจอดรถ (ถอยจอดเข้าซองให้อัตโนมัติโดยใช้ AI) ตัวอย่างโมเดลรถที่ออกวางขายแบบ Passive Autonomous ได้แก่ Audi A8 ในปี และ Mercedes F105 prototype ในปี 2016 ที่สามารถ piloted driving ได้ (ขับเคลื่อนโดยไม่ต้องจับพวงมาลัย แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนเองได้ ต้องมีคนควบคุมอยู่หลังพวงมาลัยเหมือนเดิม) ต่อมา BMW Baidu ก็ได้เปิดตัวระบบ Semi-Autonomous ซึ่งตามชื่อเลยครับ มันคือรถแบบกึ่งอัตโนมัติคือ การบังคับทิศทางหรือการเร่งเครื่องอย่างใดอย่างหนึ่งถูกทำโดยระบบอัตโนมัติซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้ทั้งแขนและขาพร้อมกันนั่นเอง

2020 – Limited Autonomous (LV 3)

ภายในปีสองปีนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเราจะได้สัมผัสกับรถขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่ามันอัตโนมัติ เพราะยังเป็นแบบ Limited อยู่ นั่นคือ รถยนต์ขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติแต่ต้องมีผู้ขับขี่คอยเฝ้าระวังและแทรกแซงในกรณีที่ฉุกเฉินหรือต้องการความปลอดภัยสูง ซึ่งถ้าใครติดตามข่าวแนวนี้อยู่ ก็น่าจะได้ยินข่าวมาบ้าง สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกาที่ทำการทดลองรถขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบ Limited ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุไปทั่วจนคนเริ่มขยาดกันเลยทีเดียว เพราะตัวรถยังไม่สามารถตัดสินใจเองได้ในยามคับขัน ทำให้ประสบปัญหาในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น

จึงคาดว่าน่าจะออกขายได้จริงๆ ประมาณปี 2020 นู่นเลยล่ะครับ

2025 – Semi-Autonomous (LV 4)

หลังจากนั้น รถอัตโนมัติจะข้ามมาอีกขั้น จนถึงขั้นที่ 4 เราจะได้เห็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบเต็มตัว แต่จะสามารถขับเคลื่อนในสภาวะที่มันถูกออกแบบมาเท่านั้น เช่น แผนที่ที่ได้รับการสำรวจมาทุกซอกทุกมุมแล้ว หรือ ถนนหนทางที่ไม่มีความซับซ้อน และ รถบนถนนค่อนข้างน้อยเพื่อไม่ให้ AI เกิดความสับสนจนเกินไป เราอาจจะปล่อยให้รถขับเคลื่อนเองได้ในบางเวลา แต่เราไม่สามารถนอนหลับและตื่นขึ้นมาถึงที่หมายเลยได้ เพราะรถอัตโนมัติ เลเวลนี้ยังต้องอาศัยการควบคุมอยู่ดี ถ้าออกจากพื้นที่ที่รถคุ้นเคยครับ

2030 – Fully Autonomous (LV 5)

จากการคาดการณ์ผมคาดว่า ปี 2030 น่าจะเป็นปีที่เราได้สามารถครอบครองรถอัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบได้แล้ว

จริงๆคาดการณ์ว่าจะนานกว่านี้ แต่ในเมื่อหลายแบรนด์ออกมาเคลื่อนไหวและซุ่มพัฒนากันหนักขนาดนี้ ผมว่าภายในปี 2030 หรืออาจจะเร็วกว่านี้ แต่ไม่เกินนี้ เราคงไม่ต้องขับรถกันแล้วล่ะครับ การขับรถจะค่อยๆ เลือนหายไปจากการใช้ชีวิตของมนุษย์ รุ่นหลานเราอาจจะถึงขั้นงงถ้าเราบอกว่าเมื่อก่อนมนุษย์ขับรถกันเอง พูดไปก็รู้สึกแก่เลยล่ะครับ หลายคนเคลมไว้ว่า รถอัตโนมัติเลเวล 5 นี้จะมีความสามารถในการขับขี่เทียบเท่ามนุษย์เลย ประมาณว่าขึ้นไปนั่งบนรถและกดปุ่มที่ที่อยากไป หลังจากนั้นเราก็แค่นอนรอ อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ กินข้าว ดูหนัง พอรู้ตัวอีกทีก็ถึงที่หมายแล้ว ช่างเป็นความฝันที่อยากให้เป็นจริงเร็วๆ เหลือเกิน

Nasdaq / Techtalkthai